简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:ทองคำปรับตัวขึ้นในช่วงตลาดเอเชีย จากปัจจัยหนุน 2 ประการ
-ปฏิทินเศรษฐกิจและการประกาศข้อมูลสำคัญที่กำลังจะมาถึง ซึ่งสามารถดูได้ผ่านทางปฏิทินข่าวสารฟอเร็กซ์ของ WikiFX ข้อมูลต่างๆ จะได้รับการอัพเดทแบบอัตโนมัติเพื่อให้คุณได้รับข้อมูลล่าสุดที่สามารถส่งผลต่อการเทรดได้ นอกจากนี้ถ้าหากคุณพลาดการรับข้อมูลนี้ คุณสามารถดูข้อมูลย้อนหลังที่ปฏิทินข่าวสารฟอเร็กซ์ เพื่อดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 11.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาปรับตัวขึ้นก่อนในช่วงตลาดเอเชีย ยุโรปและช่วงต้นของตลาดสหรัฐ โดยมีปัจจัยหลักที่หนุนทอง 2 ประการ ได้แก่
(1.) แรง ซื้อทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เดินทางไนยังไต้หวัน แม้จะเผชิญค้ําจาก จีนอย่างต่อเนื่อง และ
(2) ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลงเกินคาดสู่ระดับ 10.7 ล้านตําแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2021 ปัจจัยที่กล่าวมาหนุนให้ทองคําทะยานขึ้นทดสอบ ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนบริเวณ 1,788.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ดี ราคาทองคําปรับตัวลงแรงในเวลาต่อมา ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขายทํากําไรหลังจากนางเพโลซีถึงไต้หวันโดยปราศจาก เหตุการณ์รุนแรง อีกส่วนหนึ่งมาจากแรงขายทางเทคนิค แต่ปัจจัยกดดันสําคัญ คือ การแข็งค่าของดอลลาร์ขานรับถ้อยแถลงในเชิง Hawkish ของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทั้งนางแมรี เดลี ประธานเฟดซานฟรานซิสโกที่คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปก่อนจากนั้นจะ “คง” อัตราดอกเบี้ยไว้ “ชั่วขณะหนึ่ง” ส่วนนางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดคลีฟแลนด์ ตั้งข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อยัง ไม่ถึงจุดสูงสุดและจําเป็นต้องเห็นหลักฐานที่ชัดเจนเป็นเวลาหลายเดือนว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่บนเส้นทางที่ยั่งยืนที่จะลดลงสู่เป้าหมาย 25% ของเฟด ก่อนที่ผู้กําหนดนโยบายจะผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ ขณะที่นายเจมส์ บุลลาร์ด ประธานเฟดเซ็นต์หลุยส์ กล่าวว่า หากอัตราเงินเฟ้อไม่ปรับตัวลงตามที่คาด อัตราดอกเบี้ยจะต้องยังคง “สูงขึ้นไปอีกนาน” สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ทองคําร่วงลงเกือบ 30 ดอลลาร์จากระดับสูงสุดปิดตลาดบริเวณ 1,753.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองลดลง -2.90 ต้น สําหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคบริการและยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน
หลังจากราคาทิ้งตัวลงแรงวานนี้ มีแรงซื้อดันให้ราคาฟื้นตัวขึ้นได้บ้าง ทั้งนี้ ในระยะสั้นหากราคาสามารถยืนเหนือ แนวรับโซน 1,754-1,747 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มีแนวโน้มดันขึ้นสู่บริเวณ 1,772-1,788 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามในโซนดังกล่าวขึ้นไป ต้องระวังแรงขายทำกำไรที่จะออกมา หากราคาไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน โซนดังกล่าวได้
คําแนะนําเปิดสถานะซื้อ $1,754-1,747
จุดทํากําไรขายเพื่อทํากําไร $1,772-1,788
ตัดขาดทุนตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,747
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
นโยบายภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อ “วันปลดปล่อย” ได้จุดชนวนความตึงเครียดทางเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยการขึ้นภาษีเกิน 25% อาจเร่งเงินเฟ้อและซ้ำเติมตลาดแรงงาน นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 1.25% ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลใช้รายได้จากภาษีเป็นเครื่องมือทั้งเศรษฐกิจและการเมือง
บทความนี้สำรวจผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก ผ่านกรณีศึกษาในญี่ปุ่น อินเดีย เม็กซิโก และไทย ชี้ให้เห็นว่าตลาดมักตอบสนองด้วยความวิตกในระยะสั้น ก่อนจะปรับตัวตามข้อมูลพื้นฐาน นักเทรดสามารถใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการทำกำไร หากวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก่อให้เกิดความกังวลในระดับโลก โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราสูง นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก JPMorgan และ Capital Economics ชี้ว่านโยบายนี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ Wells Fargo คาดว่า Fed อาจต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต
รีวิวโบรกเกอร์ CMCMarkets
FXTM
ATFX
EC Markets
XM
Exness
STARTRADER
FXTM
ATFX
EC Markets
XM
Exness
STARTRADER
FXTM
ATFX
EC Markets
XM
Exness
STARTRADER
FXTM
ATFX
EC Markets
XM
Exness
STARTRADER